โครงการศิลปะบำบัดเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อรังและโรคระยะสุดท้าย

sa1 sa3 sa4

die with dignity

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 จวบจนปัจจุบัน โครงการศิลปะบำบัดเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และโรคระยะ สุดท้ายดำเนินมา ตลอดเส้นทางการทำงานกับเด็กป่วย ในโรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าหน้าที่ พยาบาล เป็นอย่างดี มีเสียงตอบรับจากเด็กๆผู้ใช้บริการไปใน ทางบวกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพราะนอกจากสภาพจิตใจของเด็กๆ จะได้รับการบำบัดฟื้นฟูด้วยศาสตร์ ทางศิลปะบำบัดแล้ว ในชั่วขณะของการทำงานศิลปะ ดูเหมือนเด็กๆจะ ได้ลืมความเจ็บป่วย ไปชั่วคราวและสนุกกับการสร้างสรรค์ตามจินตนาการอีกด้วย 

ปัจจุบัน โครงการศิลปะบำบัดเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อรังและโรคระยะสุดท้าย ได้ขยายการบริการไปครอบคลุมผู้ใหญ่ที่เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งในโรง พยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมทั้งเด็กป่วยโรคมะเร็งและ โรคความพิการแต่ กำเนิด ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีหรือโรงพยาบาลเด็กอีกด้วย 

up

กิจกรรมหลักของโครงการศิลปะบำบัดเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อรังและโรคระยะ สุดท้าย แบ่งเป็น 4 หมวดดังต่อไปนี้

1.สตูดิโอศิลปะ ผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคมะเร็ง โรคไตวาย โรคที่มีความพิการของอวัยวะ และโรคเรื้อรังอื่นๆ จะได้ถ่ายทอดความ รู้สึกนึกคิดผ่านภาษาศิลปะเป็นประจำทุกสัปดาห์ ด้วยวัสดุที่หลากหลาย ที่ทีมงานของศูนย์ศิลปะฮิวแมนได้จัดเตรียม ไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็นการวาด การปั้น หรือการประดิษฐ์

2.ห้องสมุดรถเข็น ซึ่งให้บริการควบคู่กันไปในแต่ละสัปดาห์ช่วยให้ ผู้ป่วยคลายความว้าเหว่จากการห่างบ้าน ห่างเหินจากครอบครัว พวกพ้องเพื่อนสนิทรู้ใจ อาจไม่มีเวลามาเยี่ยมได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ทีมงานของศูนย์ศิลปะฮิวแมนได้เข้าไปทำหน้าที่เติมเต็มเวลาเหงาๆ แบบนี้ ด้วยการเข็นรถห้องสมุดเข้าไปให้บริการข้างเตียงผู้ป่วย เพื่อ ให้ทุกคน ได้เลือกใช้เวลากับหนังสือแนวโปรด ไม่ว่าจะเป็น นิทานภาพสำหรับเด็กเล็ก เรื่องสั้นอ่านสนุกสำหรับเด็กวัยเรียน หนังสือ เรียนเรื่องราวประวัติ ศาสตร์ผ่านภาพการ์ตูน วรรณกรรมเยาวชน สารคดีท่องเที่ยว หนังสือแต่งบ้านจัดสวน คู่มือทำอาหาร ไปจนถึง นิยายประโลมโลก และหนังสือธรรมะ

3.นวัตกรรมป้องกันแผลกดทับ ศูนย์ศิลปะฮิวแมนได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำห้องไอซียูเด็กป่วย ทำการ ออกแบบเครื่องนอนสำหรับเด็กที่ป่วยหนักซึ่งต้องนอนอยู่กับ เตียงนานๆ ทำให้เกิด อาการเป็นแผลกดทับ ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และโรคแทรกซ้อน โดยได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใจบุญในการบริจาค วัสดุเพื่อผลิตนวัตกรรมดังกล่าว และได้ทำการแจกจ่ายไปตามหอผู้ป่วย ที่มีความเสี่ยง เพื่อตอบสนองความต้องการให้ทั่วถึง

4. สถานีวิทยุเด็กป่วย ศูนย์ศิลปะฮิวแมนได้ประสานกับนักดนตรีมืออาชีพ และได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาจนสามารถจัดหาเครื่องมือกระจาย เสียงให้เด็กป่วยที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลได้เลือกสรรเพลงที่ชอบมา จัดรายการวิทยุเสียงตามสาย กระจายเสียงภายในหอผู้ป่วย เพื่อแบ่งปัน ความรู้สึกนึกคิด สุข ทุกข์ คละเคล้ากันไป ภายใต้บทเพลงที่มอบให้กัน เด็กป่วยและครอบครัวที่มาเฝ้าไข้ ได้หลอมรวมความรู้สึกและชีวิตจิตใจ ในบรรยากาศที่อบอุ่นและซาบซึ้งในความจริงของชีวิต

type

sn